มรสุมรุมเร้าแชมป์เก่า ลิเวอร์พูลกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเหลือเกิน

ต้องบอกว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องปวดสมองอันปราดเปรื่อง ของยอดกุนซืออย่างเจอร์เกน คล็อปอย่างแท้จริง สำหรับสถานการณ์อันเลวร้ายบนเส้นทางการป้องกันแชมป์ของหงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งเรื่องราวที่ทำให้คล็อปต้องระทมกบาลก็หาใช่เรื่องผลงานในสนามของลูกทีมของเขาไม่ แต่มันกลับเป็นเรื่องราวของอาการบาดเจ็บต่างหากที่ดูเหมือนว่าไม่เพียงแต่มันจะไม่คลี่คลายได้เสียที แต่มันกลับลุกลามขยายวงกว้างขึ้นไปอีกด้วย เมื่อช่วงที่ผ่านมาคล็อปและแฟนพนันข้างหงส์แดง ต้องเจอกับข่าวร้ายมาครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับการที่พวกเขามีอันต้องสูญเสียเสาหลักในเกมรับอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ที่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานมาจากเกมดาร์บี้กับเอฟเวอร์ตันที่ทำให้เขาชิงปิดฤดูกาลไปก่อนเพื่อนร่วมทีมเลยทีเดียว แถมมันยังเกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดนักเตะปิดตัวลงไปได้เพียงไม่นานอีกด้วย ทำให้วิธีการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นของเขามีอย่างจำกัดสุด ๆ คือต้องใช้ผู้เล่นที่มีอยู่ในมือในการอุดรอยโหว่ขนาดมหึมาที่กองหลังดัตช์ทิ้งไว้ให้ได้ แต่ก็ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะยังไม่พอใจกับผลลัพธ์ในการกลั่นแกล้งโดยการพรากฟาน ไดจ์ไปจากทีม

ลีโอเนล เมสซี่ กัปตันที่เป็นทั้งผู้ขับเคลื่อนและแบกรับทุกปัญหาบนยานแม่

ดูเหมือนว่าปัญหาทุกอย่างจะยังคงไม่จบลงสำหรับกรณีของสโมสรบาร์เซโลน่ายักษ์ใหญ่แห่งลาลีกาสเปน กับตัวกัปตันทีมผู้เป็นทุกอย่างของสโมสรอย่างลีโอเนล เมสซี่ ถึงแม้ว่าทางสโมสรจะสามารถรั้งตัวเขาไว้ช่วยทีมอีกหนึ่งฤดูกาลได้สำเร็จ หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่าเขาอยากจะย้ายออกจากถิ่นคัมป์นูหลังผ่านช่วงฤดูกาลอันย่ำแย่กับทีมก็ตาม เพราะหลังการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเมื่อไม่นานมานี้มันแสดงให้เห็นว่าตัวของกัปตันตอนนี้นั้นไม่มีความสุขเลย โดยคำพูดที่ออกมาจากปากของเมสซี่นั้นสืบเนื่องมาจากกรณีที่ผู้จัดการส่วนตัวของเพื่อนร่วมทีมอย่าง อองตวน กรีซมัน ศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสที่ออกมาบอกว่าตัวของเมสซี่นั้นควบคุมทีมบาร์เซโลน่าจนเกินไป จนมีส่วนในความล้มเหลวของกรีซมันในถิ่นคัมป์นู และเมื่อเมสซี่กลับจากการรับใช้ชาติก็มีนักข่าวรุมสัมภาษณ์ที่สนามบินและมีนักข่าวคนหนึ่งถามคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ ทำให้เมสซี่ตอบกลับไปด้วยอารมณ์ไม่พอใจว่า “ผมเบื่อกับการที่ถูกมองว่าเป็นตัวปัญหาของทุก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นกับสโมสรแห่งนี้” จากคำพูดดังกล่าวของยอดผู้เล่นแห่งถิ่นคัมป์นูนั้นมันแสดงให้เห็นแล้วว่าความสุขในการเล่นฟุตบอลของเขากับทีมที่เป็นเหมือนบ้านแห่งนี้มันแทบไม่เหลืออยู่อีกแล้ว และการตัดสินใจอยู่ช่วยทีมอีกหนึ่งฤดูกาลจนหมดสัญญาของเขามันก็เป็นเหมือนการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะเมื่อทุกอย่างรอบตัวของเขามันเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลงานในสนามหรือฟอร์มการเล่นของเพื่อนร่วมทีม ทุกปัญหาจะวนกลับมาหาเขาในฐานะกัปตันทีมเสมอ

จากสูงสุดสู่สามัญ ชีวิตในวันนี้ของ “เกรียนโอ้” มาริโอ บาโลเตลลี่

คำว่าพรสวรรค์นั้นเป็นคำที่ไม่ว่านักกีฬาคนใดก็ล้วนแล้วแต่ปรารถนาที่จะมีมันทั้งนั้น เพราะถึงแม้สุดท้ายแล้วมันจะไม่ใช่เครื่องการันตีว่าคุณจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพ แต่มันก็จะทำให้คุณเริ่มก้าวแรกบนเส้นทางได้ไกลกว่าคนอื่นที่ไม่มีมันอย่างแน่นอน และหากย้อนกลับซักสิบสองปีที่แล้วเด็กคนหนึ่งที่ได้รับการชื่นชมว่าเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์สูงมากคนหนึ่งก็คือ มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวอิตาลีแห่งค่ายงูใหญ่ในตอนนั้น แต่สิ่งที่มันมาพร้อมกับการเป็นเด็กที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ของเขามันก็คือการเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตนั่นเอง เชื่อว่าแฟนฟุตบอลทุกคนที่ติดตามกีฬาชนิดนี้มาได้ซักระยะคงจะรู้จักชื่อของมาริโอ บาโลเตลลี่เป็นอย่างดี และถ้าหากเป็นแฟนบอลที่ติดตามมานานหน่อยค่อยคงจะได้เคยสัมผัสช่วงเวลาที่กองหน้ารายนี้ได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวไปเป็นกองหน้าระดับโลกได้ในระดับเดียวกับโรนัลโด้หรือเมสซี่ และได้เห็นว่าในช่วงนั้นเด็กหนุ่มที่ชื่อว่าบาโลเตลลี่นั้นมีฝีเท้าที่จัดจ้านเกินวัยเพียงใด เขาเป็นเด็กที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างที่สุดทั้งร่างกายที่แข็งแกร่ง ความเร็ว ทักษะฟุตบอลที่เล่นได้อย่างเนียนตา รวมไปถึงการจบสกอร์ที่ทำได้ทุกรูปแบบอีกด้วย และในขณะเดียวกันก็จะได้เห็นไปพร้อม ๆ กันว่าที่มาของฉายา “เกรียนโอ้”

สานต่อภารกิจ เป็ปขยายสัญญาเรือใบออกไปอีกสองฤดูกาล

เป็นการสยบข่าวลือต่าง ๆ นานาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับอนาคตของกุนซือคนเก่งอย่าง เป็ป กวาร์ดิโอล่า ที่ตัดสินใจสะบัดปากกาต่อสัญญากับทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปอีก 2 ฤดูกาลด้วยกัน เพื่อสานต่อภารกิจที่เขายังทำไม่สำเร็จกับทีม คือการพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นไปคว้าถ้วยใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกให้ได้เสียที และการตัดสินใจในครั้งนี้คงจะทำให้แฟนบอล และนักพนันทั่วโลกของเรือใบสีฟ้านั้นโล่งอกไปได้เสียที เพราะนับตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วที่เป็ปทำให้เหล่าเซียนพนันอกหัก เพราะไม่สามารถพาทีมไปได้ถึงตำแห่งแชมป์ถ้วยบิ๊กเอียร์ มันก็มีข่าวมาตลอดว่าอาจจะมีการแยกทางกันของเขากับทีม เพราะปัจจัยต่าง

การกลับมาอีกครั้งพร้อมการทำลายสถิติของ ฟิล โฟเดน

เรื่องราวที่น่าตื่นเต้นของช่วงสัปดาห์ทีมชาติที่ผ่านมา ของทัพสิงโตคำรามอังกฤษคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการกลับเข้าสู่แคมป์ทีมชาติอังกฤษอีกครั้งของกองกลางดาวรุ่งพรสวรรค์สูงจากทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างฟิล โฟเดน อย่างแน่นอน เพราะการกลับมาในครั้งนี้เขาสามารถระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมาได้อย่างน่าชื่นชม และสามารถสร้างสถิติใหม่ให้เกิดขึ้นทั้งในส่วนของสถิติส่วนตัวและสถิติระดับทีมชาติอีกด้วย ย้อนกลับไปเมื่อไม่นานมานี้ชื่อของ ฟิล โฟเดน กับทีมชาติอังกฤษนั้นดูจะไม่ดีนัก เมื่อเจ้าหนูวัยรุ่นรายนี้กับเพื่อนซี้ในทีมชาติซึ่งเป็นสองดาวรุ่งตัวความหวังของสิ่งโตคำรามอย่าง เมสัน กรีนวู้ด ถูกตัดชื่อและส่งกลับบ้านออกจากแคมป์เก็บตัวหลังจากพากันควงสาวเข้าโรงแรมในช่วงเข้าแคมป์ ถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับวัยรุ่นอย่างพวกเขา แต่มันก็เป็นการฝ่าฝืนกฎการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19นั่นเอง และจุดนั้นมันก็ทำให้หลายคนกังวลว่าอนาคตในทีมชาติของสองนักเตะจากสองทีมดังเมืองแมนเชสเตอร์นั้นจะหมดอนาคตไปเลยหรือเปล่า

ส่องฟอร์มร้อนแรงของจิ้งจอกสยาม มีดีพอที่จะไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่

หลังจากที่ฤดูกาลใหม่ของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษเปิดฉากขึ้นมาได้จนถึงนัดที่ 8 ของฤดูกาลก่อนที่จะเบรกเข้าแคมป์ทีมชาตินั้น เมื่อมองย้อนกลับไปดูที่ตารางคะแนนปรากฏว่าทีมที่ครองอันดับหนึ่งอยู่นั้นคือทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งฤดูกาลนี้พวกเขากลับมาเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาและมีสีสันขึ้นอย่างมาก จากฝีมือการทำทีมของกุนซือ เบรนดัน ร็อดเจอร์ ทำให้แฟน ๆ อดคาดหวังถึงการไปถึงตำแหน่งแชมป์ที่พวกเขาเคยทำได้มาแล้วอย่างเหนือความคาดหมายเมื่อปี 2016 และในปีนี้การที่พวกเขาทำผลงานได้ดีจนสามารถรั้งตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้ในขณะนี้ มันก็ทำให้โอกาสที่พวกเขาจะสามารถทำเรื่องเหลือเชื่อนั้นได้อีกครั้ง และปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้พวกเขาไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้ก็คือ

“ปีเตอร์ โบเน็ตติ” ตำนานผู้รักษาประตูมือหนึ่งจากเกาะอังกฤษ

เป็นข่าวสะเทือนวงการฟุตบอลอย่างมากเมื่อไรรับรู้ถึงการสูญเสียบุคคลสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานแห่งวงการลูกหนังอย่าง “ปีเตอร์ โบเน็ตติ” (Peter Bonetti) อดีตตำนานผู้รักษาประตูทีมเชลซีและทีมชาติอังกฤษ ที่เสียชีวิตด้วยโรคชรา ในวัย 78 ปี ช่วงยุค 1960 – 1970 แทบไม่มีใครไม่รู้จักเขา ด้วยลีลาการรักษาประตูที่ตอบสนองต่อการจู่โจมได้อย่างรวดเร็วราวกับฟ้าผ่า จนได้ฉายาว่า “The Cat” เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่เชี่ยวชาญในเรื่องการขว้างที่มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากการเตะ

โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร ฝันร้ายครั้งประวัติศาสตร์ของวงการกีฬา

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนบอลฝั่งอังกฤษ คงต้องเคยได้ยินประวัติศาสตร์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันฟุตบอลที่สนามฮิลส์โบโร (Hillsborough Stadium) ที่เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ผ่านหูกันมาบ้าง นั่นก็คือเหตุการณ์ (Hillsborough disaster) นอกจากจะเป็นข่าวร้ายของวงการฟุตบอล ก็ยังนับเป็นฝันร้ายของสโมสรฟุตบอลชื่อก้องอย่างลิเวอร์พูลอีกด้วย ย้อนประวัติศาสตร์กว่า 30 ปี เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝัน เป็นเวลาราว 30 ปีผ่านมาแล้วกับเหตุการณ์แฟนบอลเหยียบกันตายที่สนามฮิลส์โบโร เมื่อวันที่

“เอริก คันโตน่า” กวีแห่งโลกฟุตบอล

เอริก คันโตน่า ประสบความสำเร็จอย่างมากกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในยุค 90 โดยเขาถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันดึงตัวมาร่วมทีมจนสามารถพาทีมปีศาจแดงกลับมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง หลังจากที่แฟนบอลต้องรอคอยมาถึง 26 ปี ก่อนจะต่อยอดจนกลายเป็นทีมอันดับหนึ่งของอังกฤษตลอดในเวลาต่อมา แม้จะไม่ใช่กองหน้าที่ผลิตสกอร์ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่คันโตน่าก็สามารถครองใจแฟนบอลด้วยมีลีลาการเล่นที่ตื่นตาตื่นใจ มีลูกยิงที่แสนมหัศจรรย์หลายต่อหลายลูก รวมไปถึงท่าดีใจในการฉลองประตูอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนแฟนบอลปีศาจแดงทั่วโลกพร้อมใจยกสมญานามให้เขาว่า “ศิลปินลูกหนัง” นอกจากคันโตน่าจะวาดลวดลายในสนามประดุจจิตรกรเอกแล้ว ไลฟ์สไตล์นอกสนามของเขายังเต็มไปด้วยความเป็นศิลปิน ทั้งการแต่งตัว

“อายเมริก ลาปอร์ต” ผู้ทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าแทบอับปรางเมื่อขาดเขาไป

สถานการณ์ป้องกันแชมป์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในปีนี้ดูจะไม่ราบรื่นเสียแล้ว เมื่อทีมเรือใบสีฟ้าพลาดท่าทำแต้มหลุดมือไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ถึง 2 เกมจาก 8 นัดแรก จนถูกคู่แข่งคนสำคัญอย่างลิเวอร์พูลทำคะแนนทิ้งห่างไปถึง 8 แต้ม โดยเฉพาะการถูกวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์บุกมาขย้ำถึงถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม จากจังหวะการบุกโต้กลับเร็วในช่วงท้ายเกมของอดาม่า ตราโอเร่ ปีกชาวสเปนถึงสองครั้งสองครา ทั้งที่เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายครองบอลบุกอยู่ข้างเดียวตลอดทั้งเกม แม้ต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับนักเตะทีมหมาป่าที่ช่วยกันเล่นอย่างมีวินัยตลอดทั้งเกม แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแนวรับของแมนเชสเตอร์ ซิตี้กำลังประสบปัญหาอย่างหนักเมื่อต้องขาด