เคนโด้ การถ่ายทอดวิถีแห่งดาบซามูไรโบราณผ่านการกีฬา

ซามูไร ถือเป็นนักดาบที่โด่งดังที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลกใบนี้ และศิลปะการใช้ดาบของเหล่าซามูไรนั้นก็นับเป็นศิลปะการใช้ดาบชั้นสูงทั้งสิ้น ซึ่งมีทั้งความสงบ ความรวดเร็ว และทรงประสิทธิภาพอย่างที่สุด ซึ่งเมื่อหลังจากหมดยุคที่ผู้คนทำการต่อสู้กันด้วยดาบแล้ว ศิลปะการใช้ดาบของเหล่าซามูไรก็ยังคงมีการสืบทอดกันเรื่อยมา แต่เปลี่ยนจากการใช้เพื่อการห้ำหั่นเอาชีวิตกันมาเป็นลักษณะของศิลปะการป้องกันตัวผ่านกีฬาอย่าง “เคนโด้” นั่นเอง กีฬาเคนโด้ ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า “วิถีแห่งดาบ” นั้น มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยโบราณของญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยย้อนกลับไปนักดาบสมัยโบราณได้ก่อตั้งสำนักเพื่อสอนศิลปะการต่อสู้ขึ้นชื่อว่า เคนจูซึ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการฝึกเคนโด้มาจนถึงปัจจุบัน เพราะในสำนักแห่งนี้มีการสอนเคนโด้ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า

คูราช กีฬาการต่อสู้ของจอมพลังที่มีต้นกำเนิดจากจากอุซเบกิสถาน

ถ้าจะถามถึงความภาคภูมิใจจากทางฝั่งทวีปเอเชียของเรา สิ่งหนึ่งที่เป็นที่เชิดหน้าชูตามากที่สุดก็คือในเรื่องของศิลปะการต่อสู้นั่นเอง เพราะในเรื่องนี้ทางฝั่งบ้านเรามีการต่อสู้มากมายหลายแขนงที่กลายมาเป็นกีฬายอดนิยมของคนทั้งโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมวยไทย เทควันโด ยูโด กังฟู และอื่น ๆ อีกมากมาย และอีกหนึ่งชนิดกีฬาการต่อสู้จากเอเชียที่กำลังได้รับความนิยมจากชาวโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือศิลปะการต่อสู้สัญชาติอุซเบกิสถานอย่างกีฬา “คูราช” นั่นเอง กีฬาคูราชนั้นเป็นอีกหนึ่งของกีฬาการต่อสู้ที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาเกินกว่า 3000 ปี บนแผ่นดินแถบเอเชียกลาง

คาราเต้ ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของชาวอาทิตย์อุทัย

สำหรับมหกรรมการแข่งขันกีฬาแห่งมวลมนุษย์อย่างโอลิมปิกฉบับแดนอาทิตย์อุทัย หรือโอลิมปิกโตเกียว 2020 ที่กำลังจะถึงนี้ มีอีกหนึ่งศิลปะการต่อสู้จากทวีปเอเชียอีกชนิดหนึ่งที่กำลังจะได้รับเกียรติให้บรรจุเข้าสู่การแข่งขันรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกรายการนี้ นั่นก็คือกีฬาคาราเต้ ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ประจำชาติของชาติเจ้าภาพที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายนั่นเอง สำหรับกีฬาคาราเต้นั่นมีต้นกำเนิดมาจากหมู่เกาะโอกินาว่า ซึ่งแต่เดิมมีความสัมพันธ์ติดต่อค้าขายกับประเทศจีนและเป็นดินแดนที่แย่งชิงกันระหว่างทั้งสองประเทศคือจีนกับญี่ปุ่น ดังนั้นด้วยความสัมพันธ์ที่มีมากับจีนทำให้มีการนำเอาศิลปะการต่อสู้จีนอย่างเคนโปเข้ามาสู่หมู่เกาะโอกินาว่า แล้วถูกนำมาผสมผสานเข้ากับศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมของท้องถิ่นทำให้กลายมาเป็นวิชาการต่อสู้ที่เรียกว่าคาราเต้ขึ้นมา และเมื่อหมู่เกาะโอกินาว่าถูกผนวกเข้าเป็นประเทศเดียวกับทางญี่ปุ่นจึงทำให้คาราเต้กลายเป็นศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นและถูกพัฒนาเข้ามาสู่รูปแบบของการกีฬาดังเช่นในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงมีการสืบทอดคาราเต้ที่เป็นรูปแบบดั้งเดิมอยู่ในหมู่เกาะโอกินาว่าอยู่เช่นกัน ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กันเพราะถือเป็นการเข้าถึงรากเหง้าของคนที่รักกีฬาประเภทนี้ด้วยนั่นเอง คาราเต้นั้นเป็นกีฬาต่อสู้ที่ได้รับความนิยมมากอีกชนิดหนึ่ง และมีการแข่งขันในระดับนานาชาติทั้งระดับทวีปและระดับโลกมาแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่สามารถบรรจุเข้าสู่การแข่งขันระดับโอลิมปิกได้เท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของศิลปะการต่อสู้แขนงนี้และได้สิทธิ์เลือกบรรจุชนิดกีฬาใหม่เข้าสู่การแข่งขัน ญี่ปุ่นจึงไม่ลังเลเลยที่จะชี้ไปยังคาราเต้ซึ่งเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาติให้เข้าไปสู่การแข่งขันรายการใหญ่นี้เป็นครั้งแรกเสียที

มรสุมรุมเร้าแชมป์เก่า ลิเวอร์พูลกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเหลือเกิน

ต้องบอกว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องปวดสมองอันปราดเปรื่อง ของยอดกุนซืออย่างเจอร์เกน คล็อปอย่างแท้จริง สำหรับสถานการณ์อันเลวร้ายบนเส้นทางการป้องกันแชมป์ของหงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งเรื่องราวที่ทำให้คล็อปต้องระทมกบาลก็หาใช่เรื่องผลงานในสนามของลูกทีมของเขาไม่ แต่มันกลับเป็นเรื่องราวของอาการบาดเจ็บต่างหากที่ดูเหมือนว่าไม่เพียงแต่มันจะไม่คลี่คลายได้เสียที แต่มันกลับลุกลามขยายวงกว้างขึ้นไปอีกด้วย เมื่อช่วงที่ผ่านมาคล็อปและแฟนพนันข้างหงส์แดง ต้องเจอกับข่าวร้ายมาครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับการที่พวกเขามีอันต้องสูญเสียเสาหลักในเกมรับอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ที่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานมาจากเกมดาร์บี้กับเอฟเวอร์ตันที่ทำให้เขาชิงปิดฤดูกาลไปก่อนเพื่อนร่วมทีมเลยทีเดียว แถมมันยังเกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดนักเตะปิดตัวลงไปได้เพียงไม่นานอีกด้วย ทำให้วิธีการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นของเขามีอย่างจำกัดสุด ๆ คือต้องใช้ผู้เล่นที่มีอยู่ในมือในการอุดรอยโหว่ขนาดมหึมาที่กองหลังดัตช์ทิ้งไว้ให้ได้ แต่ก็ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะยังไม่พอใจกับผลลัพธ์ในการกลั่นแกล้งโดยการพรากฟาน ไดจ์ไปจากทีม

ลีโอเนล เมสซี่ กัปตันที่เป็นทั้งผู้ขับเคลื่อนและแบกรับทุกปัญหาบนยานแม่

ดูเหมือนว่าปัญหาทุกอย่างจะยังคงไม่จบลงสำหรับกรณีของสโมสรบาร์เซโลน่ายักษ์ใหญ่แห่งลาลีกาสเปน กับตัวกัปตันทีมผู้เป็นทุกอย่างของสโมสรอย่างลีโอเนล เมสซี่ ถึงแม้ว่าทางสโมสรจะสามารถรั้งตัวเขาไว้ช่วยทีมอีกหนึ่งฤดูกาลได้สำเร็จ หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่าเขาอยากจะย้ายออกจากถิ่นคัมป์นูหลังผ่านช่วงฤดูกาลอันย่ำแย่กับทีมก็ตาม เพราะหลังการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเมื่อไม่นานมานี้มันแสดงให้เห็นว่าตัวของกัปตันตอนนี้นั้นไม่มีความสุขเลย โดยคำพูดที่ออกมาจากปากของเมสซี่นั้นสืบเนื่องมาจากกรณีที่ผู้จัดการส่วนตัวของเพื่อนร่วมทีมอย่าง อองตวน กรีซมัน ศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสที่ออกมาบอกว่าตัวของเมสซี่นั้นควบคุมทีมบาร์เซโลน่าจนเกินไป จนมีส่วนในความล้มเหลวของกรีซมันในถิ่นคัมป์นู และเมื่อเมสซี่กลับจากการรับใช้ชาติก็มีนักข่าวรุมสัมภาษณ์ที่สนามบินและมีนักข่าวคนหนึ่งถามคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ ทำให้เมสซี่ตอบกลับไปด้วยอารมณ์ไม่พอใจว่า “ผมเบื่อกับการที่ถูกมองว่าเป็นตัวปัญหาของทุก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นกับสโมสรแห่งนี้” จากคำพูดดังกล่าวของยอดผู้เล่นแห่งถิ่นคัมป์นูนั้นมันแสดงให้เห็นแล้วว่าความสุขในการเล่นฟุตบอลของเขากับทีมที่เป็นเหมือนบ้านแห่งนี้มันแทบไม่เหลืออยู่อีกแล้ว และการตัดสินใจอยู่ช่วยทีมอีกหนึ่งฤดูกาลจนหมดสัญญาของเขามันก็เป็นเหมือนการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะเมื่อทุกอย่างรอบตัวของเขามันเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลงานในสนามหรือฟอร์มการเล่นของเพื่อนร่วมทีม ทุกปัญหาจะวนกลับมาหาเขาในฐานะกัปตันทีมเสมอ

จากสูงสุดสู่สามัญ ชีวิตในวันนี้ของ “เกรียนโอ้” มาริโอ บาโลเตลลี่

คำว่าพรสวรรค์นั้นเป็นคำที่ไม่ว่านักกีฬาคนใดก็ล้วนแล้วแต่ปรารถนาที่จะมีมันทั้งนั้น เพราะถึงแม้สุดท้ายแล้วมันจะไม่ใช่เครื่องการันตีว่าคุณจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพ แต่มันก็จะทำให้คุณเริ่มก้าวแรกบนเส้นทางได้ไกลกว่าคนอื่นที่ไม่มีมันอย่างแน่นอน และหากย้อนกลับซักสิบสองปีที่แล้วเด็กคนหนึ่งที่ได้รับการชื่นชมว่าเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์สูงมากคนหนึ่งก็คือ มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวอิตาลีแห่งค่ายงูใหญ่ในตอนนั้น แต่สิ่งที่มันมาพร้อมกับการเป็นเด็กที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ของเขามันก็คือการเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตนั่นเอง เชื่อว่าแฟนฟุตบอลทุกคนที่ติดตามกีฬาชนิดนี้มาได้ซักระยะคงจะรู้จักชื่อของมาริโอ บาโลเตลลี่เป็นอย่างดี และถ้าหากเป็นแฟนบอลที่ติดตามมานานหน่อยค่อยคงจะได้เคยสัมผัสช่วงเวลาที่กองหน้ารายนี้ได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวไปเป็นกองหน้าระดับโลกได้ในระดับเดียวกับโรนัลโด้หรือเมสซี่ และได้เห็นว่าในช่วงนั้นเด็กหนุ่มที่ชื่อว่าบาโลเตลลี่นั้นมีฝีเท้าที่จัดจ้านเกินวัยเพียงใด เขาเป็นเด็กที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างที่สุดทั้งร่างกายที่แข็งแกร่ง ความเร็ว ทักษะฟุตบอลที่เล่นได้อย่างเนียนตา รวมไปถึงการจบสกอร์ที่ทำได้ทุกรูปแบบอีกด้วย และในขณะเดียวกันก็จะได้เห็นไปพร้อม ๆ กันว่าที่มาของฉายา “เกรียนโอ้”

สานต่อภารกิจ เป็ปขยายสัญญาเรือใบออกไปอีกสองฤดูกาล

เป็นการสยบข่าวลือต่าง ๆ นานาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับอนาคตของกุนซือคนเก่งอย่าง เป็ป กวาร์ดิโอล่า ที่ตัดสินใจสะบัดปากกาต่อสัญญากับทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปอีก 2 ฤดูกาลด้วยกัน เพื่อสานต่อภารกิจที่เขายังทำไม่สำเร็จกับทีม คือการพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นไปคว้าถ้วยใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกให้ได้เสียที และการตัดสินใจในครั้งนี้คงจะทำให้แฟนบอล และนักพนันทั่วโลกของเรือใบสีฟ้านั้นโล่งอกไปได้เสียที เพราะนับตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วที่เป็ปทำให้เหล่าเซียนพนันอกหัก เพราะไม่สามารถพาทีมไปได้ถึงตำแห่งแชมป์ถ้วยบิ๊กเอียร์ มันก็มีข่าวมาตลอดว่าอาจจะมีการแยกทางกันของเขากับทีม เพราะปัจจัยต่าง

การกลับมาอีกครั้งพร้อมการทำลายสถิติของ ฟิล โฟเดน

เรื่องราวที่น่าตื่นเต้นของช่วงสัปดาห์ทีมชาติที่ผ่านมา ของทัพสิงโตคำรามอังกฤษคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการกลับเข้าสู่แคมป์ทีมชาติอังกฤษอีกครั้งของกองกลางดาวรุ่งพรสวรรค์สูงจากทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างฟิล โฟเดน อย่างแน่นอน เพราะการกลับมาในครั้งนี้เขาสามารถระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมาได้อย่างน่าชื่นชม และสามารถสร้างสถิติใหม่ให้เกิดขึ้นทั้งในส่วนของสถิติส่วนตัวและสถิติระดับทีมชาติอีกด้วย ย้อนกลับไปเมื่อไม่นานมานี้ชื่อของ ฟิล โฟเดน กับทีมชาติอังกฤษนั้นดูจะไม่ดีนัก เมื่อเจ้าหนูวัยรุ่นรายนี้กับเพื่อนซี้ในทีมชาติซึ่งเป็นสองดาวรุ่งตัวความหวังของสิ่งโตคำรามอย่าง เมสัน กรีนวู้ด ถูกตัดชื่อและส่งกลับบ้านออกจากแคมป์เก็บตัวหลังจากพากันควงสาวเข้าโรงแรมในช่วงเข้าแคมป์ ถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับวัยรุ่นอย่างพวกเขา แต่มันก็เป็นการฝ่าฝืนกฎการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19นั่นเอง และจุดนั้นมันก็ทำให้หลายคนกังวลว่าอนาคตในทีมชาติของสองนักเตะจากสองทีมดังเมืองแมนเชสเตอร์นั้นจะหมดอนาคตไปเลยหรือเปล่า

ส่องฟอร์มร้อนแรงของจิ้งจอกสยาม มีดีพอที่จะไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่

หลังจากที่ฤดูกาลใหม่ของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษเปิดฉากขึ้นมาได้จนถึงนัดที่ 8 ของฤดูกาลก่อนที่จะเบรกเข้าแคมป์ทีมชาตินั้น เมื่อมองย้อนกลับไปดูที่ตารางคะแนนปรากฏว่าทีมที่ครองอันดับหนึ่งอยู่นั้นคือทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งฤดูกาลนี้พวกเขากลับมาเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาและมีสีสันขึ้นอย่างมาก จากฝีมือการทำทีมของกุนซือ เบรนดัน ร็อดเจอร์ ทำให้แฟน ๆ อดคาดหวังถึงการไปถึงตำแหน่งแชมป์ที่พวกเขาเคยทำได้มาแล้วอย่างเหนือความคาดหมายเมื่อปี 2016 และในปีนี้การที่พวกเขาทำผลงานได้ดีจนสามารถรั้งตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้ในขณะนี้ มันก็ทำให้โอกาสที่พวกเขาจะสามารถทำเรื่องเหลือเชื่อนั้นได้อีกครั้ง และปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้พวกเขาไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้ก็คือ

ตะกร้อลอดห่วง ลีลาตะกร้อแบบไทย ที่ได้รับความนิยมไปในระดับนานาชาติ

เป็นที่รู้กันดีว่ากีฬายอดนิยมอย่างกีฬา “เซปักตะกร้อ” นั้น เป็นการผสมผสานเอาการละเล่นของประเทศไทยเรากับทางประเทศมาเลเซียเข้าด้วยกัน คือการละเล่นของทางฝั่งมาเลย์ที่เรียกว่า “เซปัก” กับการละเล่น “ตะกร้อ” ที่เป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันมาในประเทศเรานับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ดังนั้นก่อนที่จะนำตะกร้อมาเล่นในรูปแบบเซปักนั้นตะกร้อที่เป็นรูปแบบของไทยแท้ ๆ ที่เป็นที่นิยมมาตั้งแต่โบราณก็คือ “ตะกร้อลอดห่วง” นั่นเอง การเล่นตะกร้อลอดห่วงนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นกีฬาที่สนุกตื่นเต้นกับการทำแต้มเชือดเฉือนกันแบบเซปักตะกร้อ แต่เสน่ห์ของตะกร้อแบบไทย ๆ ชนิดนี้จะไปอยู่ตรงความสวยงามของท่วงท่าต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำคะแนน